หน้าหลัก บอร์ดพูดคุย ห้องนั่งเล่น ตำนานเรื่องเล่าผี ม.ศิลปากร ทับแก้ว

กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  MaxPeerawat 7 เดือน, 3 สัปดาห์ มาแล้ว

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #110

    MaxPeerawat
    Keymaster
    Points: 1,370
    Rank: นักรบดาบหัก

    เรื่องเล่าตำนาน “ผี” ที่ขึ้นชื่อและชวนขนลุกจากปากต่อปากจากศิษย์เก่าศิษย์ใหม่

    ม.ศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ หรือ เรียกกันอีกชื่อว่า “ทับแก้ว” ก็มีเสียงเล่าอ้างถึงเรื่องราวลี้ลับชวนขนหัวลุกเล่าต่อกันมา อ้างจาก คุณ SteeL14s สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ตระเวนสัมภาษณ์จากปากคำบรรดาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ มาโดยตรงเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ตำนานไหนเล่าต่อ ๆ กันมาในอินเทอร์เน็ตจนไม่รู้ก๊อบปี้ไปก๊อบปี้มากันกี่ต่อจะไม่ขอพูดถึง จึงรับประกันเรื่องราวจากบรรทัดนี้ไปคือความสยองขวัญที่เหล่าคนมีเซ้นส์ต่างช่วยเข้ามาคอนเฟิร์มแล้วว่า “ของเขาแรงจริง ๆ”

    อย่างไรก็ดี คุณ SteeL14s ได้ขออภัยไว้ล่วงหน้า หากว่าเรื่องราวหรือการกระทำใด ๆ ในคลิปวิดีโอชุดมหาวิทยาลัยสยองขวัญนี้ อาจทำให้ผู้ที่รักและผูกพันกับมหาวิทยาลัยไม่พอใจ ซึ่งที่คุณ SteeL14s เขียนเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างไรทั้งสิ้น ถ้าคุณพร้อมแล้ว ก็เชิญไปรับฟังเรื่องเล่าสยองขวัญในรั้วมหาวิทยาลัยกันเลย

    มหาวิทยาลัยศิลปากร เขตพระราชวังสนามจันทร์

    มหาวิทยาลัยศิลปากร เขตพระราชวังสนามจันทร์  ขึ้นชื่อเรื่องผีดุ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย พูดถึงมหาวิทยาลัยศิลปากร แน่นอนว่าบุคคลแรกที่เราจะต้องนึกถึง คงไม่พ้น ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี “นาย… ถ้าฉันตาย นายนึกถึงฉัน นายรักฉัน นายไม่ต้องไปทำอะไร นายทำงาน” ประโยคนี้ เป็นประโยคที่ผมได้ฟังได้อ่านทีไร ยังรู้สึกขนลุกทุกครั้งครับ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขตพระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่เดิมของอาณาบริเวณเขตพระราชฐานพระราชวังสนามจันทร์ครับ เป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เรื่องราวของที่นี่ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับที่สวนสุนันทาพอสมควรครับ อาจจะด้วยความที่เป็นวังเก่าเหมือนกัน

      – ลานทรงพล

    ทุกวันนี้ก็เป็นลานที่สวยงานครับ ร่มรื่นด้วยหมู่ไม้ แต่พอฟังประวัติก็ถึงกับเสียวสันหลัง เพราะว่าลานทรงพลที่ผมไปยืนอยู่ ณ เวลานั้น เค้าบอกว่าเป็นลานประหารเก่า (คือเค้าเคยฟันหัวกันตรงที่ผมยืนนั่นเอง) บ้างก็ว่าห้ามสวดชินบัญชร บ้างก็ว่าเห็นผู้หญิงนุ่งห่มสไบ

     – ชั้นสองตึกอักษรฯ

    คณะอักษรศาสตร์ ก็นับได้ว่าเป็นคณะแรกของวิทยาเขตสนามจันทร์เลยนะครับ (ข้อมูลผิดพลาดยังไงขออภัย) ก็เล่ากันว่าที่ชั้นสองของตึกคณะ มีหลายคนเคยพบเห็นคนโบราณนุ่งโจงกระเบนสีแดงสด

     – ศาลหน้าตึกอักษรฯ

    ผมมีพี่คนหนึ่งเรียนอยู่ที่นี่ครับ ชื่อพี่โดนัท พี่โดนัทเล่าให้ฟังว่าเคยมีเพื่อนเค้าคนหนึ่ง จู่ ๆ ก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาไหว้ศาลแล้วก็ขี่ออกไป สักพักคนที่ขี่ก็ได้ยินเสียงอะไรครูดคราดที่ด้านหลัง หันกลับไปเห็นคนครึ่งตัวคลานตามมา (ผมว่าถ้าเรื่องนี้เป็นจริง เพื่อนพี่โดนัทไม่น่าจะทำแค่ไหว้ น่าจะทำอะไรร้ายแรงกว่านั้น ไม่งั้นคงไม่โดนคลานตาม)

    เรื่องของศาลตึกอักษรฯ ยังไม่หมดครับ น้อง ๆ ในคณะหลายคนบอกกันว่า ศาลที่คณะจัดได้ว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ขออะไรส่วนใหญ่จะสำเร็จทุกทีไป แต่มีกฎก็คือ “ขอได้ แต่ห้ามบน” น้องคนเดิมเล่าให้ฟังต่อว่าเคยมีรุ่นพี่มาบนเรื่องสอบ แล้วปรากฏว่าสอบได้จริง ๆ แต่ดันไม่ไปแก้บน คืนหนึ่งรุ่นพี่คนนี้ก็ฝัน ว่าตัวไปอยู่ในโรงละครทรงพลพร้อมกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ไปบนด้วยกัน แล้วก็มีเพชฌฆาตร่างสูงใหญ่ เดินมาฟันหัวพวกเค้าทีละคน

    – สะพานข้ามดาว

    เวลาเที่ยงคืนห้ามปั่นจักรยานผ่านสะพานข้ามดาว (สะพานจะอยู่แถว ๆ ลานทรงพล) หากไปปั่น ว่ากันว่าจะไม่ได้กลับมายังที่เดิม (น่าจะหมายถึงทะลุมิติอะไรแบบนั้นครับ)

      – เพลงกลิ่นจันทร์

    เพลงนี้เห็นว่าเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยครับ หากใครร้องยามค่ำคืนต้องร้องให้จบ ไม่งั้นจะเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทย (เรื่องนี้คล้ายๆกับตำนานเพลง “เจ้านกน้อย” ของมหิดลอยู่เหมือนกันครับ แต่ของมหิดลนี่ถ้าร้องไม่จบจะมีผีมาช่วยร้องต่อให้จบ เรื่องเพลงเจ้านกน้อยที่มหิดลนี่ดังพอตัวเลยนะครับ เพื่อนผมอยู่ ม.กรุงเทพ ยังเคยได้ยิน)

    – ตึกศิลป์ 3 คณะมัณฑนศิลป์

    เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวพี่โดนัทเองเลยครับ พี่โดนัทเรียนอยู่คณะมัณฑนศิลป์ ช่วงรับน้องก็อยู่มหาวิทยาลัยกันดึกดื่นเตรียมทำพร็อพ ระหว่างนั้นเองก็มีเพื่อนอีกคนนึง ควักเอากล้องวิดีโอขึ้นมาถ่าย ปรากฏว่าระหว่างถ่ายเค้าเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาววาบผ่านหน้ากล้องไป เพื่อนคนนี้ก็ตกใจรีบเรียกเพื่อน ๆ มาดู ก็กรอเทปย้อนกลับไป (สมัยนั้นเป็นเทปมินิ DV ครับ) แล้วพอเปิดเล่นใหม่อีกครั้ง ก็ยังพบว่าถ่ายติดผู้หญิงชุดขาวคนนั้นอยู่ในกล้องด้วย ทุกคนต่างก็ตกใจ จึงรีบลบออกทันที (ถ้าเป็นสมัยนี้คงได้ไปออกคลิปแบทเทิลแล้วนะครับ)

    เรื่องยังไม่จบง่าย ๆ ครับ คืนต่อมาพวกพี่โดนัทก็ยังคงทำพร็อพกันต่อ เพื่อนอีกคนที่เพิ่งมาใหม่ (พี่โดนัทเล่าว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนมีเซ้นส์) เพื่อนคนที่มีเซ้นส์นี้เองที่ได้บอกพี่โดนัทว่าให้บอกเพื่อนให้เบา ๆ หน่อย มีคนมาดูอยู่นะ เป็นผู้หญิงชุดขาว (ทั้ง ๆ ที่พี่คนนี้ไม่ได้รู้เรื่องผู้หญิงชุดขาวในกล้องมาก่อนเลย)

    เรื่องนี้ยังมีภาค 2 นะครับ คือพี่โดนัทเนี่ยมีเพื่อนคนนึงชื่อพี่เอ (ทุกวันนี้เป็นอาจารย์สอนที่ศิลปากรด้วย) พี่เอเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีอย่างรุนแรง พอพี่เอรู้เรื่องที่เพื่อน ๆ ถ่ายติดผี แกก็ไม่เชื่อครับ ก็มานั่งทำงานพร็อพด้วยกันในอีกคืนหนึ่ง ระหว่างนั่งกันอยู่พี่เอก็ดีดฝาน้ำเล่น ๆ แต่ฝาที่ว่า กลับลอยไซด์โค้งไปปิดสวิตซ์ไฟดับ ซึ่งไอ้สวิตช์ไฟที่ว่าเนี่ยอยู่ไกลมากกกก แค่ดีดให้ฝาน้ำไปปิดสวิตช์ไฟดับได้ก็ยากแล้ว นี่ลอยไซด์โค้งข้ามกลุ่มเพื่อนไปดับได้อีก นั่นล่ะครับ ทุกคนพากันวิ่งป่าราบอยู่ไม่ไหวแล้วหลังโดนกันมาหลายคืน (ผมมีโอกาสได้ไปคุยกับพี่เอด้วยนะครับ แกก็ยังยืนยันว่าไม่ใช่ผีหรอก บังเอิญ 55555)

    เช้าวันต่อมาทุกคนก็เอาดอกไม้ เอาลำไยมาขอขมาล่ะครับ โดยวางไว้บนตู้ดับเพลิง ตกเย็นมาดูปรากฏว่าลำไยถูกแกะซะงั้น พี่โดนัทก็บอกว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือสัตว์ เพราะตู้ดับเพลิงมันอยู่สูง ก็เป็นอีกเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้ครับ

    – เรือนนางสนม

    นี่เป็นเรื่องที่พูดได้ว่าน่ากลัวที่สุดของที่นี่เลยครับ เรือนนางสนมนี่นางสนมเป็นใครไม่มีข้อมูลใด ๆ บอกไว้เลย แต่เท่าที่ฟังมานี่คือมีอายุเก่าแก่มาก บางกระแสว่าเผลอ ๆ เก่าประมาณสมัย ร.5 ด้วยซ้ำ เรื่องเล่าเรือนนางสนมนี่เยอะมากครับ มีตั้งแต่ถ้าไปปั่นจักรยานหน้าเรือนนางสนมตอนดึก ปั่น ๆ ไปจะรู้สึกว่ารถหนักขึ้น หันหลังไปจะเห็นมีผู้หญิงชุดไทยไม่มีหน้านั่งซ้อนหลังอยู่ แถมไม่นั่งอย่างเดียว เอาเล็บยาวเฟื้อยลากพื้นไปด้วยอีกต่างหาก

    อาจารย์เอ (ขอเรียกอาจารย์นะครับ พี่เค้าเป็นอาจารย์แล้ว) แกเล่าว่าเคยฟังมาว่าเหตุผลที่บ้านหลังนี้ปัจจุบันต้องปิดหน้าต่าง ก็เพราะว่าคนผ่านไปผ่านมาชอบเห็นผู้หญิงรำอยู่ในตัวเรือน (เรือนจะเป็นสถาปัตยกรรมยุคเก่าครับ ยกใต้ถุนขึ้นสูง) และทีเด็ดมันอยู่ตรงที่คนเข้าไปในเรือนน่ะ จะไม่เจอ คนเจออะ จะเป็นคนที่รออยู่ข้างนอก !!

    ผมได้ลองขึ้นไปกันมาแล้วด้วยนะครับ เอาจากเริ่มแรกก่อน ก็ไปเดินสำรวจใต้ถุน แค่ใต้ดินก็วิ่งกันแล้วครับ ไปเจองูเหลือมตัวเบ้อเริ่ม เพื่อนผมว่าเป็นงูเหลือมจุดทอง (ลายจุดทอง ๆ ตามตัว) โบราณว่าถ้ามีงูเหลือมลักษณะนี้อยู่ใต้ถุนบ้าน แปลว่าเป็นงูเจ้าที่ ก็ขึ้นไปบนเรือนกันครับ ไปสำรวจกันดู (ไม่ได้ไปทำลายอะไรเลยนะครับ กล่าวขอโทษเด็กทับแก้วมา ณ ที่นี้) ลักษณะภายในก็เป็นเหมือนที่เราเห็นตามหนังย้อนยุคแหละครับ ยุคคนไทยแต่งสูทใส่หมวกนั่งรถม้า จะลองก็ต้องลองให้สุดครับ ผมก็เลยไปลองรำดูใกล้หน้าต่าง ถามว่ากลัวไหมก็กลัวอยู่แล้วครับ แต่ไปทั้งทีต้องเอาให้สุด ระหว่างรำอยู่นี่ได้ยินเสียงอะไรรอบตัวตลอดเลยครับ แต่บอกไม่ได้ว่ามันเสียงอะไร จนมาตัดสินใจหยุดแล้วลงดีกว่าตอนได้กลิ่น ๆ หนึ่งครับ เป็นกลิ่นคล้าย ๆ กลิ่นสาบคนแก่ พอลงมาก็ไปถามน้อง ๆ ที่อยู่ด้านล่างครับว่าเห็นอะไรตามเรื่องเล่าบ้าง น้องมันบอกไม่รู้ไม่กล้ามอง (ยิ้ม !)

    – สระแก้ว

    แต่เดิมใช้เป็นที่ถ่วงน้ำนักโทษครับ เคยมีคนมาเล่าให้ฟังด้วยว่าเคยงมพบลูกตุ้มถ่วงน้ำจากในสระ อันนี้จริงเท็จยังไงผมไม่ทราบจริง ๆ เพราะไม่ได้ลงไปดำดู

     – สไบเขียว-สไบแดง  

    อาจารย์เอ (ผู้ไม่เชื่อเรื่องผี) เล่าให้ฟังครับ ว่าซัก 8-9 ปีที่แล้วนับจากสมัยแกยังเป็นนักศึกษา สมัยนั้นส่วนใหญ่คนจะขี่จักรยานในมอกัน หากปั่นเส้นเลียบคลองตอนเที่ยงคืน (ตอนนี้เป็นตึกหมดแล้ว) ปั่นไปเค้าว่าจะเจอผู้หญิงใส่ชุดไทยโบกมือให้จากริมคลอง ถ้าเจอสไบขียวก็โชคดีไป แต่ถ้าเจอสไบแดง ห้ามหันไปมองให้เค้ารู้ตัวเด็ดขาด ไม่งั้นเค้าจะตามกลับไปบ้าน

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้

ปิดโหมดสีเทา